One Season Project > One Year 1 > Participants > ธรรมสัญจร

ธรรมสัญจร

แก้ที่ต้นเหตุ  ปลายเหตุแก้ไปเหอะo:p>

ลุงฉลวยพูดไว้  ตอนที่พวกเราเดินทางไปหาแกที่ อ.ไพศาลี นครสวรรค์  เป็นเรื่องที่คงหาไม่ได้อีกแล้วในความคิดของคนหลายคนที่ทำเกษตรแบบธรรมชาติโดยอาศัยรากฐานมาจากจิตใจที่ได้เข้าไปศึกษาธรรมะ ติดตัวมาหลังจากไปบวช ตอนอายุได้ประมาณ สี่สิบกว่า ๆ หลังจากนั้นก็บอกกับป้าว่า ข้าจะเลี้ยงแกเอง และเริ่มต้นทำเกษตรแบบธรรมชาติที่ได้เรียนรู้มาจากการปฏิบัติธรรมและก็พัฒนามาเรื่อย ๆ จนเป็นผลสำเร็จ  ปัจจุบันนี้ลุงแกอายุ ได้  เจ็ดสิบเอ็ด แกเองก็เลิกลงมือทำเกษตรกรรมเพราะสังขารไม่เอื้ออำนวยเท่าไร ทุกวันนี้เกษตรที่ลุงแกทำไว้ก็ปล่อยให้มันดูแลตัวของมันเอง  แต่ก็น่าแปลกใจถ้าไปบริเวณที่บ้านแกทำพื้นที่เกษตรนั้นเขียวชอุ่มและร่มรื่นกว่าบริเวณบ้านรอบ ๆ ของชาวบ้านแถบนั้น จนดูแปลกตาเลยที่เดียว ลุงเล่าให้ฟังว่าชาวบ้านแถวนี้ไม่ได้นำวิธีที่แกคิดนี้ไปใช้เลย  ปัจจุบันยังใช่ปุ๋ยเคมีและกู้หนี้ยืมสิน เป็นหนี้สหกรณ์แทบทุกบ้านก็ว่าได้ ถามลุงแกว่าเพราะอะไรรู้ไหมครับ แกบอกของอย่างนี้สอนกันไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องของกรรมมองไม่เห็นสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์กับตนเอง  แม้แต่ลูกๆของลุงเองยังไม่ทำแบบนี้เลย  ตั้งแต่ลุงเริ่มทำ พุทธเกษตร ธาตุสี่   นี้มาก็ไม่เคยเป็นหนี้เป็นสินใครเลย  ลุงลงมือทำคนเดียวแล้วให้ป้าไปขายที่ตลาดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา  ส่งลูกเรียนจนจบตั้งสองคนแล้ว   ทุกวันนี้ก็มีความสุข   ธรรมะ ไม่คืนมาโลกกาจะวินาศ ท่านพุทธทาสพูดไว้  ลุงจำได้แม่นเลยสนใจธรรมชาติที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว แล้วก็นึกถึงพระคุณของแม่พระ  ทั้งห้า   มีแม่ธรณี  แม่คงคา  แม่โพสพ   แม่พระพาย  แม่พระเพลิง    แม่มีคุณอันมหาศาล   คนเราก็ไม่พ้นแม่ทั้งห้านี้แหละ  เลยคิดจะรักษาแม่ทั้งห้าไว้จนเป็น  พุทธเกษตร  ธาตุสี่ ที่เกิดขึ้น  ธรรมชาติอาศัยซึ่งกันและกันก็จะดำรงอยู่ได้ผมเชื่อเช่นนั้น  ........

ประสบการณ์ในการเรียนรู้ชีวิต  เป็นส่วนหนึ่งของระบบธรรมชาติที่ช่วยสร้างสมดุลของเราไว้ให้สามารถสืบต่อไปได้  แต่การเข้าไปเปลี่ยนแปลงธรรมชาติมากเกินไปกลับเป็นผลร้ายที่ไปทำลายสิ่งต่าง ๆ จนเป็นเหตุให้ภาวะของโลก  รอบๆ ตัวเราเลวร้ายขึ้นทุกวันจนกลับมามีผลกับจิตใจของมนุษย์เอง  หันมามองสิ่งที่ใกล้ ๆ ตัวเราให้ความรักและจิตใจที่ดีงามเติมลงไปกับการใช้ชีวิตดูซิครับ  อย่างน้อย ธรรมชาติที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเราก็จะดีขึ้นรวมทั้งตัวเราเองด้วย...

 

                                                                                    เทพฤทธิ์พิชิตมาร                    

 

 

รู้จักธรรมชาติ  จึงรู้จักตัวเอง

 

ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง    พระพุทธองค์ตรัสไว้เป็นธรรมะให้เราได้เข้าใจและเรียนรู้ธรรมชาติของตัวเราเอง  ธรรมะเป็น ปัจจัตตังเวทิตัปโพวิญญูหิติ   คือรู้เฉพาะตัวเฉพาะตนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถรู้ในสิ่งทั้งหลายได้  ต้องอาศัยความเพียรพยายามเป็นอย่างมาก   หิวก็กิน ง่วงก็นอน  ผมเคยได้ยินคำนี้มาจากพระเถระ  ธรรมชาติทั้งหลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น  ตั้งอยู่  และก็ดับไป  ถ้าเรายังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเราเองและจะไปเรียนรู้สิ่งอื่นได้อย่างไร...การให้เป็นสิ่งที่ดี  ให้ถูกเวลา  ถูกสถานที่  ถูกบุคคล  และผู้รับยินดีที่จะได้รับสิ่งนั้นก็จะเป็นประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้า     

การเดินทางไปวัดหนองป่าพงครั้งนี้เป็นความตั้งใจอย่างหนึ่งของผมที่จะได้ประสบการณ์จริง  อย่างน้อยเวลาที่ไม่มากนี้ก็เป็นสิ่งมีค่าสำหรับความจริงที่เกิดขึ้นถ้าเราพิจารณาให้เกิดปัญญา  ความจริงเพียงเล็กน้อยนี้อาจเปลี่ยนชีวิตเราได้เลย เพราะมันก็ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของผมครั้งหนึ่งมาแล้วจนถึงปัจจุบัน....พวกเราตื่นกันแต่เช้ากันมากสำหรับใครอีกหลายคนมันควร  เป็นเวลาสำหรับการพักผ่อนเพื่อที่จะเก็บเรี่ยวแรงต่อสู้ชีวิตอีกต่อไปสำหรับวันรุ่งขึ้นที่จะมาถึง  แต่สำหรับพระภิกษุ  สามเณร ชีพราหมณ์ทั้งหลาย  คงเป็นเวลาที่เหลือน้อยลงทุกวัน  เพราะไม่รู้ว่าเราจะตายจากโลกนี้ไปตอนไหนนี้คือความจริง  เวลาจึงเป็นสิ่งมีค่าที่จะค้นหาความจริงของชีวิต   หลังจากพระภิกษุบิณฑบาตรโปรดสัตว์มาเสร็จแล้วท่านจะมาฉันท์รวมกันที่หอฉันท์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  อาหารที่บิณฑบาตรมาได้ก็จะมารวมกันไว้แล้วแบ่งให้พอเพียงพิจารณาแล้วนำมาฉันท์ในบาตร  ส่วนที่เหลือก็แบ่งออกไปให้กับผู้ปฏิบัติธรรม  ญาติโยมทั้งหลาย  ต่างคนต่างพึ่งพาอาศัยกัน  ...เราได้เจอพระฝรั่งรูปหนึ่งท่านพูดภาษาไทยชัดมาก  เราถามท่านว่าทำไมท่านพูดภาษาไทยได้ชัดอย่างนี้  ท่านตอบว่า  ก็ไม่มีพระรูปไหน  พูดภาษาอังกฤษกับท่านเลย  ท่านเลยต้องหัดพูดภาษาไทย  ฟังแล้วผมก็ประทับใจมาก  เราอยู่ที่ไหนที่ ๆ นั้นก็คือธรรมชาติที่เราควรจะเรียนรู้และปรับตัวอย่างกลมกลืนและธรรมชาติก็จะให้เราได้เห็นความจริงตรงนั้นเองแหละ...เราเดินเที่ยวส่วนป่ารอบ ๆ ที่เป็นที่พักอาศัยของพระภิกษุมีกุฏิแบ่งเป็นหลัง    เป็นระยะห่างกันพอสมควรเพื่อความสงบในการปฏิบัติกิจส่วนตัว  ที่วัดหนองป่าพงพระฉันท์กันมือเดียว  ช่วงบ่ายก็จะมีน้ำปานะมาให้ท่านพิจารณา  ต้นไม้ในบริเวณวัดเยอะมาก ทั้งต้นไม้ใหญ่  และต้นไม้ที่กำลังเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่  และใต้ต้นไม้ก็มีธรรมะติด  ให้ข้อคิดอันลึกซึ้งเลยที่เทียวส่วนใหญ่ก็เป็น  คำสอนของหลวงปู่ชาที่ท่านเคย  สอนไว้ ให้กับลูกศิษย์ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็นำไปใช้ได้  ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายนั้นแหละคือธรรมะ  สิ่งดีงามจะดำรงอยู่ตลอดไป   ถึงเวลาที่เราได้พักอยู่วัดหนองป่าพงไม่มากแต่ประสบการณ์ที่ได้รับของชีวิตมันดูจะเป็นสิ่งยิ่งใหญ่มาสำหรับความจริงที่เกิดขึ้นในใจ  แสงแดดยามเช้าอ่อน ๆ ที่ส่องลงมาโดดหน้าของพวกเราดูจะเป็นภาพความประทับใจ  ถ้าเปรียบแสงนั้นเหมือนกับแสงธรรมที่นำส่องทาง  แสงนั้นคงนำพาพวกเราไปถึงจุดหมายปลายทาง    ที่แห่งนี้ได้...

 

 

 


mobile phone